es
Feedback
Krungsri Securities

Krungsri Securities

Ir al canal en Telegram

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ซึ่งดำเนินธุรกิจในการให้บริการทางด้านผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุนอย่างมีคุณภาพทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ

Mostrar más
2 474
Suscriptores
+1424 horas
+467 días
+5530 días
Archivo de publicaciones
photo content

photo content

🟡 เก่งหลังเกมส์สรุปประเด็น SET วันที่ 10/7/2026 🟡 SET Index วันนี้ปรับขึ้นต่อ +13.2 จุด +0.82% ปิดตลาดที่ 1621.5 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 7.69 หมื่นล้านบาท แรงหนุนจาก ภาพหลักสถานการณ์ของสงครามตะวันออกกลางเป็น De-escalation และภายในแรงส่งการลงทุนเด่น ทั้งศาลตัดสิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จุดตั้งต้นเปลี่ยนผ่านและผลักดันพลังงานหมุนเวียน ฯลฯ Sector ที่หนุนดัชนีนำโดยกลุ่มชิ้นส่วน DELTA, CCET กลุ่มพลังงาน PTT, GPSC, GULF กลุ่มธนาคาร (KBANK, KTB) ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่กดดัชนีคือ ICT (ADVANC) กลุ่มอาหาร (CPF) ฯลฯ หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น ✈️BA +5.5% THAI +2.5% กลุ่มสายการบินปรับลงรับราคาน้ำมันดิบพลิกปรับ อิง น้ำมันดิบ Brent -2.20%d-d ปิดที่ US$ 76.3/barrel เนื่องจากกลุ่มสายการบินมีต้นทุนมาจากน้ำมันสูง เน้น BA ปริมาณผู้โดยสารเส้นทางสมุยโตต่อเนื่อง มิ.ย.26 (mtd) +11%y-y สวนทางผู้โดยสารทั่วประเทศ -3%y-y หนุนผลประกอบการ 2Q26F สูงกว่าคาดเดิม หุ้น BA มีจุดเด่นจากเส้นทางบินสมุยโตแกร่ง มีความยืดหยุ่นสูงต่อสถานการณ์สงครามฯ ต้นทุนน้ำมันต่ำ และมีรายได้เงินปันผลรับหนุนผลประกอบการ ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 22.0 บาท 〽️SCC +1.7% ปรับขึ้นจากมุมมองพื้นฐานบวก 1) กำไรปกติ 2Q26F Surprise บวก +147%y-y, +299%q-q Supply Disruption หนุนธุรกิจปิโตรเคมี 2) แม้เรามองอนุรักษ์นิยมใน 2H26 แต่ทั้งปีกำไรโตสูง 288% และมีโอกาส Surprise บวก จากซัพพลายโลกที่ขาด 3) PBV26F (0.84x) ยังต่ำกว่า AVG 🐶ITC -4.7% ราคาหุ้นปรับลงคาดว่าจากข่าว บริษัทเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติปล่อยเงินกู้ TU (อีกครั้ง) วงเงินไม่เกิน 6 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.5% อายุ 5 ปี เชิงกลยุทธ์ แนวรับ 16.0 แนวต้าน 16.5/17.2 Cut loss <15.8 🏢WHA + 6.8%, AMATA +6.5% ราคาหุ้นกลุ่มนิคมวันนี้ปรับขึ้นเด่นและ Outperform SET Index ที่ปรับขึ้นเพียง 0.57% แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกทั้งกระแสย้ายฐานการผลิตและเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ( อิง Verisk Maplecroft เผยไทยเป็น 1 ในดาวรุ่ง Supply Chain ของโลก จากจุดเด่นโครงสร้างพื้นฐานแกร่ง ระบบ Logistic และนิคมพร้อม) หนุนมุมมองเชิงบวกต่อยอดขายที่ดินในนิคมในปี 2026 เร่งขึ้น Strategy : ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมในระยะกลาง - ยาว โดยระยะสั้นคาดว่ารายงานยอดขอ BOI งวด 2Q26 ที่จะออกมาในช่วง 1 -2 สัปดาห์หน้ามีโอกาสออกมาเติบโตเด่น เป็นปัจจัยหนุน #KSS#Research

photo content

KSS Offshore Strategist Comment: CATL Update (3750 HK,300750 CH) ราคาหุ้นปรับลงแรง คาดจาก 1) ความกังวลของอุปสงค์รถไฟฟ้าที่อ่อนแอ กดดันความต้องการแบตเตอรี่รถไฟฟ้า 2) การปรับ Portfolio นักลงทุนก่อนการ IPO ของ CXMT บริษัทผลิตชิปของจีน Key Ideas: CATL Update (3750 HK,300750 CH) ราคาหุ้นปรับลงแรง ลดลง -7.1% ในตลาดเซินเจิ้น (A-share) และ -8.8% ในฮ่องกง(H-share) Key Ideas: o ตลาดกังวลความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อ่อนแอ กดดันอุปสงค์ต่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า o กองทุนต่างๆ กำลังย้ายเงินออกจากกลุ่ม High Valuatio เพื่อเตรียมเงิน IPO ของ CXMT บริษัทผลิตชิปของจีน Strategy: เรามองว่าการปรับฐานของราคาหุ้น CATL เป็นภาพที่สะท้อนปัจจัยกดดันระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางปัจจัยพื้นฐาน โดยเรามองบวกกับอิงหลาย Mega-theme หลักของโลก Energy Storage ขับเคลื่อนจากทั้ง Energy Security x Infra Tech ทั้งนี้ Consensus วาง ราคาเป้าหมาย (H-share) เฉลี่ย 798.47 HKD ราคาเป้าหมาย (A-share) เฉลี่ย 578.24 หยวน มี Upside จากราคาปัจจุบันค่อนข้างมาก ขณะที่ Valuation ปัจจุบันกลับมาอยู่ในระดับต่ำกว่า AVG เล็กน้อย อย่างไรก็ดี ความผันผวนระยะสั้นที่เข้ามา เชิงกลยุทธ์เราแนะนำใช้เทคนิคประกอบการพิจารณาลงทุน o ตลาดเซินเจิ้น (A-share) วางแนวรับ (333 CNY /300 CNY) แนวต้าน(380 CNY/420 CNY) Stop Loss 300 CNY o ตลาดฮ่องกง (H-share) วางแนวรับ (580 HKD /515 HKD) แนวต้าน(640 HKD/700 HKD) Stop Loss 515 HKD #KSS #Research

🏢KSS Strategist Comment : กลุ่มนิคมวันนี้ปรับขึ้นเด่น WHA + 6.8%d-d , AMATA +5.6%d-d ระยะสั้นคาดว่ารายงานยอดขอ BOI งวด 2Q26 ที่จะออกมาในช่วง 1 -2 สัปดาห์หน้ามีโอกาสออกมาเติบโตเด่น เป็นจิตวิทยาบวกหนุนราคาหุ้น AMATA, WHA Key Idea ▪️ราคาหุ้นกลุ่มนิคมวันนี้ปรับขึ้นเด่น WHA + 6.8%d-d (ทำ New high ตั้งแต่ ม.ค.2025), AMATA +5.6%d-d (ทำ New high ตั้งแต่ ม.ค.2025)และ Outperform SET Index ที่ปรับขึ้นเพียง 0.57% ▪️กลุ่มนิคมมี แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกทั้งกระแสย้ายฐานการผลิตและเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ( อิง Verisk Maplecroft เผยไทยเป็น 1 ในดาวรุ่ง Supply Chain ของโลก จากจุดเด่นโครงสร้างพื้นฐานแกร่ง ระบบ Logistic และนิคมพร้อม) หนุนมุมมองเชิงบวกต่อยอดขายที่ดินในนิคมในปี 2026 เร่งขึ้น Strategy : ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมในระยะกลาง - ยาว โดยระยะสั้นคาดว่ารายงานยอดขอ BOI งวด 2Q26 ที่จะออกมาในช่วง 1 -2 สัปดาห์หน้ามีโอกาสออกมาเติบโตเด่น เป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น 🔅AMATA (TP Max Consensus : 35.0) แนวรับ 27.5/ 26.5 แนวต้าน 29.5/ 31.0 Cut loss < 25.25 🔅WHA (TP Max Consensus : 5.8 ) แนวรับ 5.25/5.0 แนวต้าน 5.5/5.90 Cut loss < 4.94 #KSS Research

KSS Strategist Comment : Dollar Index บ่ายนี้อ่อนค่าลงมาบริเวณ 100.6 จุด หนุนเงินบาท บ่ายนี้ แข็งค่าลงมา 33.3 บาท (หลุดเส้น EMA 5 วัน) มองเป็นจิตวิทยาบวกหนุน Fund Flow ไหลเข้าไทยต่อ เน้นหุ้น ๅBig cap Fact : ▪️Dollar Index บ่ายนี้อ่อนค่าลงมาบริเวณ 100.6 จุด แนวรับสำคัญ 100.5 หากหลุดมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อ แนวรับถัดไป 100.0 จุด (ประเมินมีโอกาสอ่อนค่าลงจากนโยบายการเงินสหรัฐคาดผ่อนคลาย) ▪️ค่าเงินบาทดอลลาร์บ่ายนี้ แข็งค่าลงมา 33.3 บาท (หลุดเส้น EMA 5 วัน) มองเป็นจิตวิทยาบวกหนุน Fund Flow ไหลเข้าไทยต่อ Strategy : มองบวกต่อทิศทาง Fund Flow มีโอกาสไหลเข้าไทยต่อในระยะกลาง – ยาว มองบวกต่อหุ้น Big Cap เน้น Theme Thailand Investment Cycle: KBANK, GULF, SCC ธีม De-escalation: AOT, BDMS, #KSS #Research

photo content

Fact: รัฐบาล Prabowo กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มมหาเศรษฐีอินโดนีเซียผ่านการตรวจสอบภาษี ยึดทรัพย์และที่ดิน ผลักดันการซื้อ “Patriot Bonds” รวมถึงพิจารณาภาษีความมั่งคั่ง โดยมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำและดึงทุนกลับมาสนับสนุนประเทศ แต่แนวทางที่แข็งกร้าวและไม่แน่นอนกลับทำให้กลุ่มทุนเร่งย้ายเงินออกนอกประเทศ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนอ่อนแอ ค่าเงินรูเปียห์กดดัน Bond Yield สูงขึ้น และต่างชาติขายหุ้นอินโดนีเซียอย่างหนัก สะท้อนความเสี่ยงว่านโยบายที่ตั้งใจปฏิรูปเศรษฐกิจอาจกลับบั่นทอนการลงทุนและเสถียรภาพตลาดการเงิน   KSS Strategist Comment: เรามองประเด็นดังกล่าวบวกกับ KSS-Indonesia ยังเสี่ยงถูกลดน้ำหนัก MSCI รอบเดือน สค 2026 อีก 600-800 ล้านเหรียญ เป็นจิตวิทยาบวก Fund Flow เชิง Relative ต่อตลาดหุ้นประเทศอื่นในภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทย เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นในอินโดนีเซียอาจกระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วนลดน้ำหนักและ Re-allocate เงินทุนไปยังตลาด ASEAN อื่นที่มีเสถียรภาพเชิงนโยบายและแนวโน้มเศรษฐกิจชัดเจนกว่า โดยเรามองตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมีแรงส่งจาก Fund Flow ต่างชาติชัดเจนและอยู่ในธีมการลงทุนในประเทศที่กำลังเข้าสู่ CAPEX Cycle ใหม่ โดยคาดว่าเม็ดเงินจะให้น้ำหนักหุ้น Large-to-mid Cap ที่มีสภาพคล่องสูง ฐานะการเงินแข็งแรง และมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ อาทิ กลุ่มธนาคาร ไฟฟ้า สื่อสาร นิคมอุตสาหกรรม และหุ้นขนาดกลางที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตเด่น แนะนำธีมต่อไปนี้ - Thailand Investment Cycle: KBANK, KTB, GULF, GPSC, GUNKUL, WHAUP, AMATA, WHA, STECON, PYLON, INSET, SCC - หุ้นรับ De-escalation: AOT, BA, BDMS, BH, GPSC, ICHI, MTC, KTC, JMT - Large Cap รับ Fund Flow: PTT และหุ้นขนาดใหญ่ที่กำไรยังเติบโตต่อเนื่อง   #KSS #Indonesia #Thailand #FundFlow

photo content

photo content

photo content

photo content

photo content
+1

photo content

photo content

🎯🎯KSS Alpha Espresso 10 ก.ค.26 โมเมนตัมตลาดยังอยู่ในทางบวก คาด SET วันนี้ “Sideways/Up”  ต้าน 1,617/1,621 จุด รับ 1,598/1,592 จุด ตลาดวันนี้ยังมีโมเมนตัมบวก แม้สหรัฐฯ - อิหร่านยังโจมตีตอบโต้กันแต่ลดระดับลง หลังชาติที่เป็นกลาง พยายามดึงทั้งคู่กลับสู่โต๊ะเจรจาคาดวันที่ 11 ก.ค. หรือบางกระแสอยู่ช่วงวันที่ 14-15 ก.ค. ขณะที่ข้อจำกัดการรบทั้งสองชาติรุนแรงต่อการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้เรามองภาพหลักสถานการณ์เป็น De-escalation ถ่วงราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ 75 +/- เหรียญฯ (vs prev. 78-80 เหรียญฯ) US Bond Yield 10 ปีซึมลง ขณะที่มีโอกาสคลายลงต่อจากรายงานเงินเฟ้อ CPI สหรัฐสัปดาห์หน้าที่มีโอกาสอ่อนลง คาดตลาดค่อยๆคลายกังวลวงจรดอกเบี้ยสหรัฐฯ หนุนสินทรัพย์เสี่ยง ภายในแรงส่งการลงทุนเด่น ทั้งศาลตัดสิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จุดตั้งต้นเปลี่ยนผ่านและผลักดันพลังงานหมุนเวียน , CP group ขอยกเลิกสัญญารถไฟ 3 สนามบินคลาย Overhang โครงการใหญ่เดินหน้าลงทุนต่อ ผสาน จิตวิทยาบวก Fund Flows ซื้อหุ้นไทย 11 ใน 12 วันทำการ คาดหนุน SET แกว่งขึ้นต่อ หุ้นธีมเด่นวันนี้ 🔆1) หุ้นธีมลงทุน ธนาคาร KBANK, KTB ไฟฟ้า GULF, GPSC, GUNKUL, WHAUP นิคม AMATA, WHA สื่อสาร ADVANC, TRUE  รับเหมา STECON, PYLON, INSET วัสดุก่อสร้าง SCC 🔆2) หุ้น De-escalation การบิน AOT, BA ไฟฟ้า GPSC เครื่องดื่ม ICHI ร.พ. BDMS, BH เช่าซื้อ MTC, KTC, JMT 🔆3) หุ้น Big-Large Cap รับกระแส Fund Flows อื่นๆ อาทิ PTT, กลุ่มชิ้นส่วนฯ ที่การเติบโตยังมีความต่อเนื่อง ขณะที่กระแสเงินทุนโลกเริ่มกลับมาเพิ่มน้ำหนัก 🔆KSS Alpha Espresso Picks : SCC (กำไร 2Q26F Surpise บวก + อุตสาหกรรมมีโอกาส Upcycle ยาวกว่าคาด) GULF GPSC (De-escalation) Key Factors: 🔸    (*/+) War & Yield: สหรัฐฯ – อิหร่านยังโจมตีกันแต่ลดระดับลง หลังชาติที่เป็นกลาง พยายามดึงทั้งคู่กลับสู่โต๊ะเจรจาคาดวันที่ 11 หรือ 14-15 ก.ค. ขณะที่ข้อจำกัดการรบทั้งสองชาติรุนแรงต่อการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้เรามองภาพหลักสถานการณ์เป็น De-escalation ราคาน้ำมันดิบ Brents วานนี้ลงสู่กรอบ 75 +/- เหรียญฯ (prev. 78-80 เหรียญฯ) US Bond Yield 10 ปี ลดระดับ 4.55% +/- เป็นกลาง-บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง 🔸   (++) Fund Flows: ต่างชาติ ซื้อหุ้นไทย +258.5 ล้านเหรียญฯ เป็นการซื้อ 11 ใน 12 วันทำการ เอเชียซื้อทุกประเทศยกเว้น เวียดนาม ไต้หวันและอินโดนีเซีย จิตวิทยาบวก SET หุ้น Large-Big Cap ธนาคาร ไฟฟ้า สื่อสาร สนามบิน พลังงาน ปิโตรเคมีขั้นกลาง 🔸   (*/+) Hi-Speed Train: CP แจ้งยกเลิกสัญญาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน สร้างความชัดเจน บวกต่อลงทุนโครงการเดินหน้าลำดับต่อไป และหุ้นในธีม นิคม ธนาคาร รับเหมา ส่วนหุ้นเครือ CP กลุ่มร่วมประมูลรอบใหม่ (BA, BTS, STECON) เน้นเก็งกำไร 🔸    (*/+) TH Politic: ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะเปิด Upside GDP ไทยปี 2026 จากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยปลดล็อกและดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ ต่อยอด Data Center หนุนไทยเข้าสู่รอบการลงทุน CAPEX Cycle เต็มตัว บวกต่อธนาคาร นิคมฯ รับเหมา โรงไฟฟ้า และสื่อสาร 🔸   (*) To Monitor: สัปดาห์หน้าคาดตลาดให้น้ำหนัก 1) 11 ก.ค. สหรัฐฯ เจรจาอิหร่าน  2) 14 ก.ค. เงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ มิ.ย. 26  มีโอกาส Surprise บวก จะลดความกังวลวงจรดอกเบี้ย 3) กำไร 2Q26F หุ้น Tech อาทิ ASML, TSMC 4) ภายใน Preview กำไร 2Q26F Real Sector + หุ้นธนาคารเริ่มรายงานกำไร นำโดย TISCO #KSS #Research

📊🔍Technical Focus  10 กรกฎาคม 2569   คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “Test High เดิม มีแนวต้าน 1,617 / 1,621  วางแนวรับ 1,598 / 1,592” กราฟ SET พลิกขึ้นแรง และกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA ได้ทุกเส้น ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคส่วนใหญ่สามารถรักษาทิศทางบวกไว้ได้ ทั้ง Modified stochastic, RSI และ MACD ที่ทรงตัวบวกเหนือแกน 0, Signal line ในขณะที่ Volume ทรงตัวที่บริเวณค่าเฉลี่ย 5 วัน จึงให้น้ำหนัก SET ในระยะสั้น ยังรักษาทิศทางในลักษณะ Sideway up ไว้ได้ โดยมีลุ้นขยับขึ้น Test แนวต้านบริเวณยอดสูงเดิมอีกครั้งที่ 1,617 / 1,621 จุด ส่วนแนวต้านวางไว้ที่บริเวณ 1,598 / 1,592 จุด (Ema 5 / 10 d) ตามลำดับ      💬คำแนะนำ :  1.) นักลงทุนระยะสั้นแนะนำ Trading อิงกรอบแนวรับ / แนวต้านที่กำหนด 2.) นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ยังเน้นถือลงทุน (แนะนำใช้ EMA 50 วันเป็น Trailing stop)    เก็งกำไร 🔸ADVANC เป้าหมาย 382.0 / 385.0 แนวรับ 376.0 จุดตัด 372.0   🔸GULF เป้าหมาย 64.25 / 65.50 แนวรับ 62.50 จุดตัดขาดทุน 61.50   🔸GLOBAL เป้าหมาย 7.45 / 7.70 แนวรับ 7.05 จุดตัดขาดทุน 6.90   🔸INSET เป้าหมาย 4.50 / 4.70 แนวรับ 4.30 จุดตัดขาดทุน 4.24   Depositary Receipts (DR) 🔸 AVGO80 เป้าหมาย  2.82 / 2.92 แนวรับ 2.62 จุดตัดขาดทุน 2.54   #KSS #Technical #Research

KSS Commodities Update - 10-ก.ค.-26 น้ำมันดิบ Brent -2.20%DoD ปิดที่ US$ 76.3/barrel น้ำมันดิบ West Texas -1.96%DoD ปิดที่ US
KSS Commodities Update - 10-ก.ค.-26 น้ำมันดิบ Brent -2.20%DoD ปิดที่ US$ 76.3/barrel น้ำมันดิบ West Texas -1.96%DoD ปิดที่ US$ 72.08/barrel ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle +0.61%DoD ปิดที่ US$ 131.65/ตัน ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -6.23%DoD ปิดที่ US$3.012/MMBtu น้ำตาล +0.07%DoD ปิดที่ 15.12Cent/lb ถั่วเหลือง -0.90%DoD ปิดที่ 1181.5 Cent/bu น้ำมันปาล์ม -0.16%DoDปิดที่ 4475Myr/mt ยาง TOCOM +0.76%DoD ปิดที่ 421.9JPY/kg เหล็กเส้น -0.22%DoD ปิดที่ 462 CNY/MT ดัชนีค่าระวางเรือ BDI +1.36% ปิดที่ 2910 จุด ราคาแร่เงิน +2.84% ปิดที่ 59.9591 US$/Oz ราคาทองคำ +1.13% ปิดที่ 4123.64 US$/Oz ราคาบิทคอย +1.94% ปิดที่ 63263.81 USD

v    (*/-) War & Yield: ปธน. Trump v    (++) Fund Flows: ต่างชาติ ซื้อหุ้นไทย +258.5 ล้านเหรียญฯ เป็นการซื้อ 11 ใน 12 วันทำการ เอเชียซื้อทุกประเทศยกเว้นไต้หวันและฟิลิปปินส์ จิตวิทยาบวก SET และหุ้น Large-Big Cap ธนาคาร ไฟฟ้า สื่อสาร สนามบิน พลังงาน ปิโตรเคมีขั้นกลาง v    (*) TH Politic: ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะเปิด Upside GDP ไทยปี 2026 จากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยปลดล็อกและดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ ต่อยอด Data Center หนุนไทยเข้าสู่รอบการลงทุน CAPEX Cycle เต็มตัว บวกต่อธนาคาร นิคมฯ รับเหมา โรงไฟฟ้า และสื่อสาร v    (+) Hi-Speed Train: CP แจ้งยกเลิกสัญญาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน สร้างความชัดเจน บวกต่อลงทุนโครงการเดินหน้าลำดับต่อไป และหุ้นในธีม นิคม ธนาคาร รับเหมา ส่วนหุ้นเครือ CP และ กลุ่มร่วมประมูลรอบใหม่ (BA, BTS, STECON) น่าเก็งกำไร v    (*/-) To Monitor: ระยะถัดไปคาดตลาดให้น้ำหนัก 1) 11 ก.ค. สหรัฐฯ เจรจาอิหร่าน  2) 14 ก.ค. เงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ มิ.ย. 26 เงินเฟ้อทั่วไป ตลาดคาด +3.9%y-y, -0.1%m-m vs prev. +4.2%y-y, +0.5%m-m มีโอกาส Surprise บวก จะลดความกังวลวงจรดอกเบี้ย 3) ภายในแนวโน้มกำไร 2Q26F ทั้งช่วง Preview Real Sector จับตากลุ่มกระทบจากสงครามจำกัดกว่าตลาดกังวล อาทิ ร.พ. เช่าซื้อ และ 14 ก.ค. หุ้นธนาคารเริ่มรายงานกำไร นำโดย TISCO หุ้นเด่น เน้นธนาคารที่มี New S Curve Wealth mgt KBANK