XTB Thailand
Open in Telegram
XTB บริษัทฟินเทคชั้นนำระดับโลก ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์และแอปพลิเคชันบนมือถือ ประกาศจับมือ ซลาตัน อิบราฮีมอวิช ตำนานนักฟุตบอลชื่อก้องโลก ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ พร้อมนำทัพแคมเปญการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ XTB เพื่อโปรโ
Show more441
Subscribers
No data24 hours
+17 days
+430 days
Posts Archive
441
Oil.WTI - H4: แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง แต่ต้องระวังอะไรบางอย่าง?
Oil.WTI ยังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้นได้อย่างมั่นคง โดยราคายังเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องแนวโน้มขาขึ้น (ascending channel) ซึ่งสะท้อนว่าฝั่งผู้ซื้อยังคงควบคุมตลาดอยู่ และการย่อตัวในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงการสะสมกำลังมากกว่าการกลับตัวของแนวโน้ม
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ แรงขึ้นกำลังดันราคาเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญบริเวณ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีแรงขายเข้ามาอย่างหนักก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ตลาดอาจเกิดการย่อตัวระยะสั้น โดยเฉพาะหากแรงทำกำไรเริ่มเข้ามาเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านนี้
ในกรณีที่เกิดการปรับฐาน โซนบริเวณ 100.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ และอาจเป็นจุดสะสมแรงซื้อรอบใหม่ก่อนที่ราคาจะกลับไปดำเนินแนวโน้มขาขึ้นต่อไป หากราคายังสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ แนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบันยังมีโอกาสถูกคงไว้ในระยะสั้น
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 100.5 USD
🔴 แนวต้าน: 107.5 USD
441
ความร่วมมือระยะเวลา 2 ปีระหว่าง Apple Inc. กับ OpenAI เริ่มเผชิญแรงตึงเครียด โดย OpenAI และ Apple ได้ประกาศความร่วมมือในปี 2024 เพื่อผสาน ChatGPT เข้ากับประสบการณ์การใช้งานของ Apple แต่ Apple กลับไม่สามารถผลักดันฟีเจอร์ AI ให้เกิดการใช้งานได้ตามที่คาดไว้ ส่งผลให้สตาร์ทอัพด้าน AI รายนี้ไม่เห็นประโยชน์ตามที่คาดหวังจากข้อตกลง และกำลังเตรียมความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีทางกฎหมาย”
“ราคาหุ้น Apple ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดระหว่างวันในวันพฤหัสบดีจากข่าวดังกล่าว โดยร่วงลงมากถึง 1.2% มาอยู่ที่ 295.38 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 10% ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปิดตลาดวันพุธ ซึ่งเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500
441
ทองคำร่วงแรง หลังความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในปี 2026 “ถูกดับความหวัง”?
ราคาทองคำได้หลุดกรอบการเคลื่อนไหวในช่วงไซด์เวย์ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน หลังเกิดแรงขายรุนแรงกดดันให้ราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ $4,600/ออนซ์ โมเมนตัมขาลงยังคงครองตลาดอย่างเด่นชัด โดยแท่งเทียนขาลงขนาดยาวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่าแรงเทขายยังไม่คลี่คลาย แม้จะมีการรีบาวด์ระยะสั้นในบางช่วง แต่แรงซื้อยังคงอ่อนแอและไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างขาลงในปัจจุบันได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากแรงขายยังคงต่อเนื่อง แนวรับถัดไปที่นักลงทุนควรจับตาคือบริเวณ $4,500/ออนซ์ ซึ่งถือเป็นโซนแนวรับสำคัญที่อาจกระตุ้นแรงซื้อกลับระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดระดับนี้ลงไปอีก จะเป็นสัญญาณยืนยันว่าการปรับฐานยังไม่สิ้นสุด และตลาดอาจเข้าสู่ช่วงขาลงที่ลึกมากขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากการปรับตัวลงแรง มักมีโอกาสเกิดการรีบาวด์ทางเทคนิคได้ โดยเฉพาะเมื่อราคาเข้าใกล้โซนแนวรับแข็ง ดังนั้น การเคลื่อนไหวของราคาบริเวณ $4,500/ออนซ์ จะเป็น “จุดชี้ขาด” สำคัญในการกำหนดทิศทางระยะสั้นของตลาดทองคำในระยะต่อไป
441
SolarEdge (SEDG) พุ่งขึ้น 16.55% จากสัญญาณความต้องการในตลาดที่อยู่อาศัย (residential) ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Canadian Solar ยังคงเผชิญแรงกดดัน สะท้อนความแตกต่างภายในกลุ่มอุตสาหกรรม (sector divergence) แม้ภาพรวมตลาดจะปรับขึ้นเพียง 0.41%
441
USD/JPY แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในช่วงการซื้อขายเอเชียวันศุกร์ โดยแรงซื้อยังคงหนุนแนวโน้มขาขึ้นรายสัปดาห์ให้มีโอกาสทะลุระดับกลางโซน 158.00 ขึ้นไป ท่ามกลางการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ประกาศในสัปดาห์นี้ได้เพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 ปัจจัยนี้รวมกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังเชิงบวกต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน ได้ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน ยังคงเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับขึ้นของคู่เงินนี้ แม้ภาพรวมรายสัปดาห์ยังมีแนวโน้มปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง
441
📊 ข่าวเช้าวันที่ 15.05.2026: ความคึกคักของตลาดยังไม่แสดงสัญญาณชะลอตัว
ตลาดหุ้น
🟢 Dow Jones: +1.3% (ทะลุระดับ 50,000 จุด)
🟢 S&P 500: +1.1% (ทำสถิติสูงสุดใหม่)
🟢 Nasdaq: +1.5% (ทำสถิติสูงสุดใหม่)
🟢 Cisco: +14–18%
🟢 Nvidia: +4%+
🟢 Cerebras Systems: +~90% จากราคา IPO (IPO ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ Uber)
ค่าเงิน
🟢 ดอลลาร์สหรัฐ: +0.31% (USDIDX)
สินค้าโภคภัณฑ์
🟢 Brent crude: +0.14% (~105.71 ดอลลาร์/บาร์เรล)
🟢 WTI crude: +0.68% (เหนือ 101 ดอลลาร์/บาร์เรล)
🟢 ทองแดง: ทำสถิติสูงสุดใหม่ (ทะลุ 14,000 ดอลลาร์/ตัน)
🔴 ทองคำ: -0.19% (~4,679 ดอลลาร์/ออนซ์)
🔴 เงิน: -3% (~84.75 ดอลลาร์/ออนซ์)
ข่าวสำคัญ https://www.xtb.com/th/market-analysis/news-and-research/15-3
441
📊 สรุปข่าวเช้าประจำวันที่ 14.05.2026: เงินเฟ้อร้อนแรง และรอข่าวจากปักกิ่ง
หุ้น
🟢 US100 (Nasdaq 100): +1.0% (ฟิวเจอร์ส)
🟢 S&P 500: +0.5%
🔴 Russell: ปรับตัวลงเล็กน้อย
🔴 Dow Jones: ปรับตัวลงเล็กน้อย
🟢 Euro Stoxx 50: +0.7% (ฟิวเจอร์ส)
🟢 WIG20 (โปแลนด์): +2.0%
🟢 Alibaba Group: +7.0%
🟢 Ford Motor Company: +12.0%
🔴 Siemens: -1.0%
สินค้าโภคภัณฑ์
🔴 โกโก้: -3.0%
🟢 น้ำตาล: +2.0%
🔴 น้ำมันดิบ: ลดเล็กน้อย (ราว $106/บาร์เรล)
🟢 อะลูมิเนียม: +2.0%
🟢 เงิน (Silver): +2.0% (ราว $88)
คริปโต
🔴 Bitcoin: -1.5% (ต่ำกว่า $80,000)
🔴 Ethereum: -1.2% (ใกล้ $2,250)
🔴 Solana: -4.0% (ราว $90)
📌 ประเด็นสำคัญ https://www.xtb.com/th/market-analysis/news-and-research/14-2
441
GOLD - H1: แรงขายเริ่มอ่อนแรง นี่คือโอกาสของฝั่งขาขึ้นหรือไม่?
การที่ราคาทองคำยังคงทดสอบบริเวณ $4,660/ออนซ์ อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถหลุดลงไปได้อย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อยังคงมีความแข็งแกร่งในการดูดซับแรงขายในโซนนี้
ภาพดังกล่าวยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นทุกครั้งที่ราคาลงมาใกล้แนวรับ พร้อมกับการเกิดแท่งเทียนที่มีไส้ล่างยาว (long lower wick) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฝั่งผู้ซื้อยังคงเข้ามาปกป้องระดับราคาสำคัญนี้อย่างแข็งขัน
ในบริบทนี้ หากราคาสามารถเบรกและปิดแท่งเหนือระดับ $4,726/ออนซ์ ได้ในวันนี้ จะถือเป็นสัญญาณยืนยันการฟื้นตัวในระยะสั้น และเป้าหมายถัดไปที่ตลาดอาจมุ่งหน้าไปคือบริเวณ $4,775/ออนซ์ ซึ่งเคยเป็นโซนที่มีแรงขายเข้ามาก่อนหน้านี้ค่อนข้างชัดเจน
หากโมเมนตัมฝั่งซื้อยังคงแข็งแรงเพียงพอและสามารถทะลุแนวต้านดังกล่าวได้ มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะขยายแนวโน้มขาขึ้นไปยังบริเวณ $4,832/ออนซ์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญถัดไปในระยะสั้นที่นักลงทุนควรจับตา
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 4,686 – 4,690 USD
🔴 แนวต้าน: 4,775 – 4,780 USD
441
Donald Trump กล่าวว่าจะให้ความสำคัญกับการหารือด้านการค้าในการประชุมสุดยอดกับ Xi Jinping และลดทอนความสำคัญของประเด็นสงครามอิหร่าน โดยสำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันอังคาร
441
📈 แนวต้านสำคัญที่ 100 จุด
ในระยะสั้น บริเวณ 100 จุด ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญที่สุดของฝั่งผู้ซื้อ การที่ดัชนีทดสอบระดับนี้หลายครั้งแต่ยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้อย่างชัดเจน สะท้อนว่ามีแรงขายยังคงกดดันตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งราคาทดสอบระดับนี้บ่อยครั้งมากเท่าไร ตลาดยิ่งยืนยันว่าบริเวณดังกล่าวเป็น “โซนชี้ชะตา” ของแนวโน้มถัดไปมากขึ้นเท่านั้น หาก USDIDX สามารถทะลุระดับ 100 จุดได้อย่างแข็งแกร่งพร้อมโมเมนตัมที่ชัดเจน จะเปิดทางไปสู่การปรับตัวขึ้นรอบใหม่ และเสริมความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของดอลลาร์ในระยะถัดไป
📉 แนวรับสำคัญที่ 97.4 จุด
ในทางกลับกัน บริเวณประมาณ 97.4 จุด จะทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้นที่สำคัญ หากฝั่งผู้ซื้อไม่สามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้ แรงขายอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกดดันให้ดัชนีกลับลงไปทดสอบบริเวณฐานของกรอบสะสมอีกครั้งที่โซน 95.5 จุด
441
USDIDX – เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นกำลังทำให้ Fed อยู่ในภาวะยากลำบากหรือไม่?
ดัชนี USDIDX ได้เคลื่อนไหวในกรอบ sideway มาเป็นระยะเวลานาน โดยแกว่งตัวอยู่ในช่วงประมาณ 95.5 ถึง 100 จุด การเคลื่อนไหวลักษณะนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงการสะสมแรง (accumulation phase) หลังจากการปรับตัวลงอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังบ่งชี้ถึงแรงปะทะระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ค่อนข้างสมดุล โดยที่ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถครอบงำทิศทางได้อย่างชัดเจน
ดังนั้น การที่ดัชนีสามารถหลุดออกจากกรอบ sideway นี้ได้ จะมีโอกาสสูงที่จะเป็นสัญญาณยืนยันแนวโน้มหลักรอบใหม่ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
441
ราคาเงินปรับตัวขึ้นสู่ระดับใกล้ 87.00 ดอลลาร์ จากแรงหนุนความต้องการในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
ราคาเงิน (XAG/USD) ยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยแรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นยังคงช่วยเสริมแนวโน้มเชิงบวกของโลหะเงิน เนื่องจาก “โลหะสีขาว” ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์
อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมเชิงบวกของเงินยังเผชิญแรงกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเป็นไปได้ของการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน อาจทำให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง และกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มโอกาสให้ธนาคารกลางทั่วโลกคงอัตราดอกเบี้ย “สูงนานขึ้น (higher-for-longer)” ซึ่งโดยทั่วไปจะลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างโลหะเงิน ขณะที่นักลงทุนอาจหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทน
441
📊 ข่าวเช้าวันที่ 13.05.2026: เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 กดดัน Wall Street
ตลาดหุ้น
🔴 S&P 500: -0.7%
🔴 Nasdaq: -1.9%
🔴 CAC 40 (ฝรั่งเศส): -1.0%
🔴 DAX (เยอรมนี): -1.5%
🔴 IBEX 35 (สเปน): -1.5%
🔴 FTSE 100 (อังกฤษ): ปรับตัวลงเล็กน้อย
สินค้าโภคภัณฑ์
🟢 Brent crude: ปรับตัวขึ้นแรง (เข้าใกล้ $110/บาร์เรล)
🔴 Gold: -1.0% (ทดสอบระดับ $4,690/ออนซ์)
🔴 Silver: อ่อนตัวเล็กน้อย (เคลื่อนไหวใกล้ $85/ออนซ์)
คริปโตเคอร์เรนซี
🔴 Bitcoin: -2.0% (ทดสอบระดับ $80,000)
🔴 Ethereum: -2.5% (ร่วงต่ำกว่า $2,300)
📌 ประเด็นสำคัญ https://www.xtb.com/th/market-analysis/news-and-research/13-3
441
📊 กราฟ GOLD – แนวโน้มระยะสั้นยังคง “เปราะบาง”?
ราคาทองคำฟื้นตัวได้อย่างน่าประทับใจหลังลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,660 USD/oz โดยในช่วงหนึ่งตลาดคาดหวังว่าแรงซื้ออาจมากพอที่จะผลักดันราคาให้ทะลุจุดสูงระยะสั้นล่าสุดได้ อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมฝั่งบวกเริ่มอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว และแรงขายกลับเข้ามากดดันจนราคาลบช่วงบวกส่วนใหญ่ของเมื่อวานเกือบทั้งหมด สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในภาวะแกว่งตัวสูง และแนวโน้มระยะสั้นของทองคำยังไม่มีความชัดเจนมากนัก
การที่ราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบรอบแนวรับสำคัญ อาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังสะสมแรงเพื่อรอการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในระยะถัดไป โดยในตอนนี้บริเวณ 4,660 USD/oz ยังคงเป็น “จุดชี้ชะตา” สำคัญของแนวโน้มระยะสั้น หากฝั่งซื้อยังสามารถป้องกันโซนนี้ได้ ก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้แรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง และช่วยหนุนการฟื้นตัวรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม การที่แนวรับดังกล่าวถูกทดสอบหลายครั้งต่อเนื่อง ก็กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแรงขายทะลุลงในรอบถัดไปเช่นกัน หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว แรงกดดันฝั่งขายอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกดดันให้ราคาทองคำถอยลึกลงไปยังแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 4,600 USD และ 4,500 USD/oz
441
ค่าโลหะเงิน (Silver) กำลังปรับตัวขึ้นเร็วกว่าทองคำ และสิ่งที่ตลาดกำลังให้ความสนใจในขณะนี้คือ นี่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวระยะสั้นหรือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่กันแน่
441
📊 ข่าวเช้าวันที่ 12.05.2026: อิหร่านยังคงเป็นประเด็นหลัก แต่กลุ่ม Semiconductor คือจุดที่เม็ดเงินกำลังไหลเข้า
หุ้นสหรัฐฯ (USA)
🟢 Russell 2000: +0.8%
🟢 Wall Street futures: +0.2-0.3% โดยเฉลี่ย
🟢 Intel, Nvidia, Micron, SoFi, IonQ, AMD: +1-12% (แรงซื้อในกลุ่มชิป)
🟢 Plug Power, Target Hospitality: +10-12% (ได้อานิสงส์จาก Data Center)
หุ้นยุโรป
🟢 WIG20 (โปแลนด์): +1.4%
🟢 FTSE MIB (อิตาลี): +0.7%
🔴 Eurostoxx 50: -0.3%
Fx
🟢 ปอนด์อังกฤษ: +0.4-0.8% เทียบกับสกุลเงินหลัก
สินค้าโภคภัณฑ์
🟢 Brent crude: +3% (ทะลุ $104/บาร์เรล) — หลัง Trump แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอิหร่าน
🟢 Cocoa: +10% (ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ย)
🟢 Copper และ Aluminium: +2% (ได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อจีน)
🟢 Silver: +6% (ขยับเข้าใกล้ทองคำ)
คริปโต
🟢 Bitcoin: +1% (≈ $81,000)
🟢 Ethereum: +0.4% (≈ $2,500)
🟢 Solana: +2%
ข่าวสำคัญ https://www.xtb.com/th/market-analysis/news-and-research/12-2569
441
🔴 XTB Live 11/5/2026 | ถอดรหัสโครงสร้างทอง ก่อนรู้ทิศทางจริงของตลาด
https://youtube.com/live/r5vC4gtSwPg?feature=share
441
ในระยะสั้น โซนแนวรับแรกที่ควรจับตาคือบริเวณ 96 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดบรรจบของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น และยังเป็นบริเวณที่เกิด Gap ขาขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้าวันนี้ การที่ราคากลับลงมาปิด Gap เพื่อดูดซับสภาพคล่องเพิ่มเติม ถือเป็นพฤติกรรมที่สมเหตุสมผลก่อนเดินหน้าต่อในแนวโน้มขาขึ้น อย่างไรก็ตาม หากแนวรับดังกล่าวถูกทะลุลง แรงขายอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกดดันราคาให้ถอยลึกลงสู่บริเวณ 92 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญถัดไปที่นักลงทุนควรเฝ้าระวัง
อยากรู้โซนแนวรับสำคัญ? 🌟
เข้าร่วม VIP Group ของเราเลย!
📧 cs_int@xtb.com | sales_th@xtb.global
📞 +66 2-0261 622 (12:00 – 23:00 น.)
441
📊 กราฟ Oil.WTI กรอบเวลา H4
น้ำมันเปิดสัปดาห์ด้วยแรงซื้อ — โซนไหนที่ต้องจับตา?
การที่ Donald Trump ออกมาปฏิเสธคำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอสันติภาพ พร้อมระบุบน Truth Social ว่าเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินทันทีตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคา WTI Crude Oil พุ่งแรงและเข้าใกล้ระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ตลาดเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอปัจจัยใหม่เพิ่มเติมเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ในมุมมองทางเทคนิค หลังจากการปรับฐานแรงในช่วงก่อนหน้า ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาฟื้นตัวและยังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นไว้ได้ แต่แนวโน้มดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากราคายังคงต้องทะลุเหนือบริเวณ 110 ดอลลาร์/บาร์เรลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ฝั่งซื้อและเปิดทางสู่การปรับตัวขึ้นรอบใหม่
441
📅 Economic Calendar สัปดาห์นี้: ตลาดโลกจับตาหลายปัจจัยสำคัญพร้อมกัน
สัปดาห์นี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของตลาดการเงินโลก หลังจากมีหลายเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยประเด็นแรกที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ รายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในระยะถัดไป
นอกจากนี้ วาระการดำรงตำแหน่งของ Jerome Powell ในฐานะประธาน Fed ก็กำลังจะสิ้นสุดลง ยิ่งเพิ่มความสนใจของตลาดต่อสัญญาณนโยบายการเงินในอนาคต
นอกเหนือจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค นักลงทุนยังจับตาการพบกันระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping ที่ประเทศจีน ซึ่งอาจส่งผลสำคัญต่อความสัมพันธ์ทางการค้า ห่วงโซ่อุปทานโลก และบรรยากาศความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม
เมื่อหลายปัจจัยสำคัญเกิดขึ้นพร้อมกัน สัปดาห์นี้จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนสูง และอาจกำหนดทิศทางสำคัญของตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป
