MT Research
رفتن به کانال در Telegram
1 923
مشترکین
-124 ساعت
-17 روز
-630 روز
آرشیو پست ها
1 924
ราคา KUB จะไม่สามารถขึ้นมาได้เพราะ โครงสร้างของ KUB ไม่ได้ถูกบริหารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเชนและผู้ถือเหรียญเป็นลำดับแรก
ผมยังไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมราคา KUB จะกลับขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยที่โครงสร้างการบริหารยังเป็นแบบเดิม และคิดว่าสถานการณ์มีแต่จะค่อย ๆ แย่ลงซ้ำไปอีก
เหตุผลมีดังนี้
1.ประหลาดมากที่บริษัทนี้ตอนนี้ไม่มี CTO ที่เป็นผู้นำทางเทคนิค จนถึงวันนี้ เรายังไม่เห็นว่าใครคือคนที่รับผิดชอบทิศทางด้านเทคนิคของ KUB Chain อย่างชัดเจน
- เชนจะเดินไปทางไหน
- จะแข่งขันด้วยอะไร
- จะดึงนักพัฒนาเข้ามาอย่างไร
- จะสร้างสภาพคล่องและผู้ใช้งานจากไหน
เพราะงั้นเราจะพูดถึงอนาคตของเชนกันอย่างไร ?
2.Use case หลักกลับสร้างประโยชน์ให้ Exchange มากกว่าเชน
หนึ่งใน Use case สำคัญของ KUB คือการนำไปแลกเป็น Fee Credit บน Bitkub Exchange สมมติราคา KUB อยู่ที่ 21 บาท แต่สามารถนำไปแลกเป็นค่าธรรมเนียมได้ 33 บาท เท่ากับผู้ใช้งานได้รับมูลค่าเพิ่มทันทีประมาณ 57%
- ผู้ใช้งาน Exchange ได้ประโยชน์
- Exchange ได้ Volume
- แต่ KUB Chain ได้อะไรกลับมา?
ไม่ได้เกิดธุรกรรมบนเชนเพิ่ม ไม่ได้เพิ่ม TVL ไม่ได้สร้างรายได้ให้ DApp
ไม่ได้ดึงนักพัฒนาเข้ามา และไม่ได้สร้าง Network Effect ให้เชน
ถ้าฝั่งที่บริหารเชนต้องรับภาระส่วนต่าง ก็เท่ากับนำทรัพยากรของเชนไปอุดหนุนกิจกรรมของ Exchange โดยที่ตัวเชนไม่ได้อะไรมาด้วยเลย
3. ยิ่งราคา KUB ลดลง ภาระจาก Use case นี้อาจยิ่งสูงขึ้น
เมื่อราคา KUB ลดลง แต่ยังสามารถนำไปแลกเป็น Fee Credit ในมูลค่าที่สูงกว่าเดิมได้มาก ผู้ใช้งานก็ยิ่งมีแรงจูงใจนำ KUB ไปแลก ในทางกลับกัน ฝั่งที่ต้องรับภาระส่วนต่างก็อาจต้องใช้เงินมากขึ้น จึงเกิดความย้อนแย้งว่า
"ยิ่งราคาเหรียญตก ทรัพยากรที่ควรนำไปพัฒนาเชน กลับยิ่งเหลือน้อยลง"
4.ผู้มีอำนาจตัดสินใจมองผลประโยชน์ของ Exchange มากกว่าผลประโยชน์ของเชน ถ้ามองจากฝั่ง Bitkub Group การใช้ทรัพยากรของเชนเพื่อสนับสนุน Exchange อาจดูสมเหตุผล เพราะยังอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน แต่ผู้ถือ KUB จึงกลายเป็นคนที่รับความเสี่ยงด้านราคาเป็นลำดับแรก แต่ได้รับผลประโยชน์เป็นลำดับท้าย
5.การตั้ง Foundation ที่สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ทำให้ KUB Chain มีความเป็นอิสระแท้จริง ถ้ามันเป็นแค่ Foundationม้า
สิ่งที่สำคัญกว่า คือ
-ใครควบคุม Treasury
-ใครอนุมัติงบประมาณ
-ใครกำหนด Roadmap
-ใครควบคุม Code และการอัปเกรดเชน
ถ้าคนที่มีอำนาจตัดสินใจยังเป็นคนกลุ่มเดิม การเปลี่ยนชื่อเป็น Foundation ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนทางกฎหมาย แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างจริง
6. ทุกวันนี้การสร้างเชน Dapp ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว
การสร้าง EVM Chain ใหม่ หรือ Fork เทคโนโลยีเดิม ไม่ใช่เรื่องยากเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้นการมีเชนเป็นของตัวเอง ไม่ได้สร้างมูลค่าในตัวมันเอง คำถามคือ KUB Chain มีอะไรที่เชนอื่นลอกเลียนแบบไม่ได้?
ถ้าคำตอบมีเพียงฐานลูกค้าของ Bitkub Exchange แต่ผู้ใช้งานเหล่านั้นไม่ได้ถูกดึงเข้าสู่โลก On-chain ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ
7. คอมมูนิตี้ของเชนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ยิ่งเจอข่าวล่าสุดนี้ไปก็คงถดถอยลงต่อ
ปัญหาของ KUB จึงไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน ไม่มีแบรนด์ หรือไม่มีฐานลูกค้า แต่คือทุกสิ่งที่มีอยู่ ยังไม่ได้ถูกจัดวางให้ทำงานเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ KUB Chain และผู้ถือเหรียญเป็นลำดับแรก ตราบใดที่ผู้ถือ KUB ยังเป็นคนรับความเสี่ยงก่อน แต่ได้รับผลประโยชน์ทีหลัง ผมก็ยังไม่เห็นเหตุผลว่าราคาจะกลับขึ้นอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
